บทความเพื่อสุขภาพ

เตือน 6 ภาวะวิกฤติเสี่ยงต่อชีวิต Sep 2, 2016

เตือน 6 ภาวะวิกฤติเสี่ยงต่อชีวิต

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
เตือน 6 ภาวะวิกฤติเสี่ยงต่อชีวิต

"อโรคยา ปรมาลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใด คำพูดนี้ก็ไม่เคยล้าสมัย และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สุขภาพที่ดีมีค่ามากกว่าเงิน 100 ล้าน
ดังนั้น การดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรคภัย จึงเป็นสิ่งที่คนไทยเริ่มหันมาใส่ใจกันมากขึ้น เริ่มตั้งแต่คัดกรองในเรื่องอาหารการกิน ปราศจากรส หวาน มัน เค็ม และไขมัน ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ เสริมคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อลดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด เส้นเลือดสมองตีบ ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน และความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยในลำดับต้นๆ
ด้วยเหตุนี้ นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาฯ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ( สพฉ.) จึงได้เตือนภัยการคุกคามของโรคภัยเหล่านี้ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน ระบุถึงผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต หากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันที เพื่อแก้ไขระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด หรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทำให้การบาดเจ็บ หรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น รุนแรงขึ้น หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้และเมื่อมาถึงสถานพยาบาลแล้ว จะต้องได้รับการตรวจรักษาภายใน 0-4 นาที
ฉะนั้น 6 วิกฤติผู้ป่วยกะทันหันที่เสี่ยงต่อชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที คือ 1.หัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ ไม่ตอบสนองต่อการเรียก หรือกระตุ้นใดๆ ไม่มีชีพจร จำเป็นต้องได้รับการกู้ชีพทันที 2.ผู้ที่มีการรับรู้ และสำนึกในสติเปลี่ยนไป ไม่สามารถบอกเวลา สถานที่ หรือคนที่รู้จักคุ้นเคยได้ หรือบอกแต่ผิดๆ ถูกๆ เป็นภาวะที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตอย่างเฉียบพลัน 3.อาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ คือ ไม่สามารถหายใจได้เองอย่างปกติ หายใจเร็ว หายใจแรง หายใจลึก หายใจมีเสียงดังผิดปกติ พูดได้แค่สั้นๆ หรือร้องไม่ออก ออกเสียงไม่ได้ สำลักอุดทางเดินหายใจ บวกกับมีอาการเขียวคล้ำที่ใบหน้า และลำตัว ให้รับนำส่งแพทย์ทันที 4.ระบบไหลเวียนเลือดวิกฤติ ตัวเย็นซีด เหงื่อแตกท่วมตัว หมดสติชั่ววูบ หรือวูบเมื่อลุกยืนขึ้น 5.อวัยวะฉีกขาด เสียเลือดมาก เสี่ยงต่อการพิการ  และ 6.อาการอื่นๆ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อชีวิตสูง เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงทันทีทันใด หรือกำลังชักขณะแรกรับที่จุดคัดแยก
ทั้งนี้ หากพบผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติข้างต้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที ถือว่าอยู่ในข่ายการรักษาพยาบาลในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ตามนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ดีทุกสิทธิ์” เป็นกรณีฉุกเฉินวิกฤติที่เข้ารับรักษาได้ฟรี 72 ชั่วโมงแรกตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
“ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ หรือมีอาการป่วยกะทันหัน ซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต หากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันที ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทำให้การบาดเจ็บ หรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ฉะนั้น จึงต้องได้รับการรักษาโดยด่วนที่สุด หากประชาชนเกิดข้อสงสัย เรื่องการเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนฉุกเฉิน หมายเลข 1669 โดยจะมีทีมแพทย์คอยให้คำปรึกษาในทุกแง่มุม" นพ.อนุชา ระบุ

แหล่งข้อมูล www.thaihealth.or.th