บทความเพื่อสุขภาพ

ภัยเงียบ เลี้ยงสุนัขในห้องนอน Mar 4, 2016

ภัยเงียบ เลี้ยงสุนัขในห้องนอน

ในยุคปัจจุบันคนเลี้ยงสุนัขจำนวนไม่น้อย เริ่มหันมาให้ความเอ็นดูพวกมันเหมือนเป็นลูกในไส้คนหนึ่ง แต่หารู้ไม่ว่าหากขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดีแล้ว จะเกิดผลเสียร้ายแรงต่อผู้เลี้ยงโดยไม่รู้ตัว
ในประเด็นนี้ ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร หรือ หมอโอห์ม ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเป็นผู้มาแถลงไขถึงผลเสียที่เกิดจากการเลี้ยงสุนัขในห้องนอนให้ฟังกัน
หมอโอห์ม อธิบายว่า การเลี้ยงสุนัขในยุคปัจจุบัน ผู้เลี้ยงมักเลี้ยงพวกมันเหมือนเป็นสมาชิก “ตัวหนึ่ง” ในครอบครัว แต่บางครั้งหากเราละเลยการดูแลเอาใจใส่พวกมัน หรือไม่ได้เตรียมความพร้อมก่อนเลี้ยง ผลเสียที่จะส่งผลตามมาก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย
ผลเสียที่สามารถเห็นได้เป็นรูปธรรม คงไม่หนีไม่พ้นเรื่องของ “เวลาและค่าใช้จ่าย” เพราะสุนัขก็ต้องการความรักความอบอุ่นจากผู้เลี้ยง ไม่ต่างอะไรกับคนเราที่ต้องการความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ และในยามที่พวกมันเจ็บป่วย ก็เป็นภาระหน้าที่ของผู้เลี้ยงที่จะต้องรับผิดชอบ นี่ยังไม่นับรวมถึงอาหารและของจิปาถะอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
และแน่นอนว่าเมื่อผู้เลี้ยงต้องใช้เวลาคลุกคลีกับสุนัขเป็นเวลานานๆ ย่อมเกิด “ความรักความผูกพัน” ฉะนั้นในยามเจ็บป่วยหรือกรณีเสียชีวิต ผู้เลี้ยงจะต้องทำใจยอมรับความสูญเสียให้ได้
หมอโอห์ม ยังอธิบายเพิ่มเติมถึง “ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ” ที่อาจเกิดขึ้นจากการเลี้ยงสุนัขในห้องนอน นั่นคือ “ความเสี่ยงต่อการติดโรค” อาทิ
1.อาการแพ้ผิวหนังเป็นผื่นคันตามตัว สาเหตุมาจาก เห็บหมัด/ไรขี้เรื้อน ที่มาเกาะและกัดตามร่างกายเรา แต่ไม่ต้องกังวล เพราะสิ่งมีชีวิตพวกนี้จะไม่ข้ามสปีชีส์ มาเป็นกาฝากอยู่กับคนเป็นการถาวรแน่นอน
2.โรคพยาธิในทางเดินอาหาร พยาธิพวกนี้มักปะปนมากับอุจจาระของสุนัข โดยเมื่อใดที่ผู้เลี้ยงไปสัมผัสกับไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิ ก็มีโอกาสที่พยาธิจะเข้าสู่ร่างกายได้
3.โรคพิษสุนัขบ้า ไวรัสชนิดนี้จะมีอยู่ในจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หากสุนัขมีอาการป่วยเป็นพิษสุนัขบ้า เมื่อเราถูกน้ำลายของมันซึมเข้าตามบาดแผล หรือรอยข่วน ก็จะเสี่ยงติดโรคพิษสุนัขบ้าไปด้วย
4.แบคทีเรีย สุนัขเป็นพาหนะนำเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี บางครั้งหากสุนัขไปสัมผัสกับแบคทีเรีย เมื่อเราไปสัมผัส เช่น ถูกบริเวณบาดแผลก็จะทำให้แผลเป็นหนอง หรือหากเข้าสู่ร่างกายก็อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ เป็นต้น
แต่อย่าเพิ่งตกใจกับ “ภัยเงียบ” ของการเลี้ยงสุนัขในห้องนอน เพราะหมอโอห์มได้ให้เคล็ดลับที่จะมาช่วยป้องกันความเสี่ยงทั้งหลายทั้งมวล ดังต่อไปนี้
1.ควรพาสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นประจำทุกปี
2.ควรพาน้องหมาไปถ่ายพยาธิเป็นประจำ
3.ควรอาบน้ำและคอยกำจัดเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ
4.หมั่นดูแลช่องปากของน้องหมา ด้วยการแปรงฟัน หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดที่เหงือกและปากเป็นประจำทุกวัน
5.ควรทำความสะอาดสถานที่เลี้ยงไม่ให้สกปรกเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
รู้แบบนี้แล้ว หลายคนคงคลายกังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขในห้องนอนไปได้ไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมหมั่นดูแลสุนัขของคุณอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของสุนัขและผู้เลี้ยงเอง
สุดท้ายหมอโอห์มฝากบอกถึงคนที่กำลังคิดจะมอบ “สิ่งมีชีวิต” เป็นของขวัญให้กับคนอื่นว่า เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากวันหนึ่งเขาไม่ต้องการมันแล้ว คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือ “ของขวัญ” อันล้ำค่าชิ้นนั่นน่ะเอง


ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า
แหล่งข้อมูล www.thaihealth.or.th