บทความเพื่อสุขภาพ

อันตรายจาก ‘ควันบุหรี่มือสาม’ Jan 31, 2016

อันตรายจาก ‘ควันบุหรี่มือสาม’

ควันบุหรี่มือสาม เกิดจากควันบุหรี่มือสองที่จางหายไปแล้ว แต่ก็มีผลต่อสุขภาพจากสารพิษที่ตกค้างตามสถานที่ต่างๆ

รศ.ดร.นิภาพรรณ กังสกุลนิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนบทความเรื่องภัยร้ายควันบุหรี่มือสามเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล เขียนบทความเรื่องภัยร้ายควันบุหรี่มือสามเป็นประโยชน์มหาศาล ต้องอ่านและช่วยกันขยายต่อ
"ท่านอาจเคยได้ยินคำว่า ควันบุหรี่มือสอง (Secondhand SmokeหรือSHS) และคงเข้าใจแล้วว่า ควันบุหรี่มือสองหมายรวมถึงควันสายหลัก (Mainstream Smoke) และควันสายข้างเคียง (Side-stream Smoke) โดยควันที่ผู้สูบดูดจากมวนบุหรี่เข้าไปในร่างกายแล้วพ่นออกมานั่นคือควันสายหลัก ส่วนควันสายข้างเคียงคือควันที่ลอยอยู่ในอากาศในระหว่างที่บุหรี่ถูกเผาไหม้รอการสูบ ดังนั้น ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เมื่อรับสัมผัสควันบุหรี่มือสอง (SHS exposure) จึงเป็นอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพทั้งจากควันสายหลัก และควันสายข้างเคียงรวมกัน ควันบุหรี่ที่เกิดจากการเผาไหม้ของมวนบุหรี่ทำให้เกิดสารเคมีกว่า4,000ชนิดเป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิด และกว่า50ชนิด เป็นสารพิษที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง
ปัจจุบันในแวดวงวิชาการมีการนำเสนอเรื่องควันบุหรี่มือสาม (Thirdhand SmokeหรือTHS) อันเป็นพิษภัยมืดที่มองไม่เห็นด้วยสายตา และถูกละเลยมองข้ามไป ควันบุหรี่มือสาม คือ สารพิษจากควันบุหรี่ ที่ตกค้างไว้หลังจากบุหรี่ได้ดับแล้ว หรือเมื่อควันบุหรี่มือสองจางหายไปแล้ว สารพิษดังกล่าวจะตกค้างตามพื้นผิวต่างๆ เช่น ผ้าม่านเสื้อผ้า พรม โซฟา ที่นอน โดยเฉพาะห้องปิดไม่ถ่ายเทอากาศเป็นเวลาหลายวัน ตัวผู้สูบเองก็ให้ควันบุหรี่มือสามออกมาเช่นกัน ซอกเล็บเส้นผม ร่องฟัน ผิวหนัง เป็นต้น โดยจากควันบุหรี่มือหนึ่งของผู้สูบก็ได้นำมาสู่ควันบุหรี่มือสอง แล้วก็ได้มาลงท้ายด้วยควันบุหรี่มือสาม
ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าการได้รับสัมผัสควันบุหรี่มือสามเป็นอันตรายมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะต่อทารกและเด็กจากการได้รับสัมผัสควันบุหรี่มือสามตามเสื้อผ้า เส้นผมของผู้ที่อุ้มหรือใกล้ชิดแม้ขณะไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม
สารพิษบางชนิดในควันบุหรี่มือสามสามารถทำปฏิกิริยากับสารอื่นในสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดสารพิษซึ่งเป็นอันตรายเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่น นิโคติน เมื่อมันทำปฏิกิริยากับแก๊สnitrous acidซึ่งพบได้ทั่วไปในอากาศ จะทำให้มันกลายเป็นสารก่อมะเร็งที่เรียกว่าnitrosamine
เด็กมีโอกาสการได้รับสัมผัสควันบุหรี่มือสามมากกว่าผู้ใหญ่เพราะสารพิษในควันบุหรี่มือสามเกาะตามพื้นผิวสิ่งต่างๆ ที่เด็กมักจะคลำ แตะ ลูบ เอาเข้าปาก หรือหายใจเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้อย่างง่ายดาย เด็กจะได้รับฝุ่นที่มีควันบุหรี่มือสามเข้าร่างกายเป็น2 เท่าของผู้ใหญ่ เพราะเด็กหายใจเร็วกว่า และสัมผัสใกล้กับพื้นผิวเป็นฝุ่นมากกว่า อีกทั้งร่างกายเด็กนั้นจะมีน้ำหนักน้อยกว่าผู้ใหญ่เป็น10 เท่า นั่นคือ จะได้รับสารพิษเป็น 20 เท่าของผู้ใหญ่
มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับควันบุหรี่มือสามเพิ่มขึ้นมากในต่างประเทศ เช่น ทีมงานวิจัยจาก San Diego State University สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาที่พักอาศัยของผู้ไม่สูบบุหรี่จำนวน 50 ราย และของผู้สูบบุหรี่จำนวน 100 ราย ก่อนการย้ายออก โดยตรวจวัดระดับนิโคตินที่พบบนพื้นผิว ฝุ่น อากาศภายในบ้าน และนิโคตินบนนิ้วมือของผู้พักอาศัย รวมทั้งมีการตรวจหาสารโคตินินในปัสสาวะ ซึ่งโคตินิน คือตัวบ่งชี้ถึงการที่ร่างกายได้รับนิโคตินจากบุหรี่ เมื่อนิโคตินเข้าสู่ร่างกายแล้วจะแตกตัวเป็นโคตินินและขับออกมาทางปัสสาวะด้วย ผลพบว่าฝุ่นและพื้นผิวภายในที่พักอาศัยของผู้สูบบุหรี่ มีการปนเปื้อนของนิโคตินเป็นปริมาณสูงกว่า โดยผู้อยู่อาศัยใหม่ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านที่เคยมีการสูบบุหรี่ มีระดับของนิโคตินบนนิ้วปริมาณสูงกว่า 7-8 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านที่ไม่มีการสูบบุหรี่
นอกจากนี้ยังคงพบบุหรี่มือสามได้ตามพื้นผิวของสิ่งของภายในบ้านฝุ่น พรม แม้ผู้สูบบุหรี่จะย้ายออกไปเป็นเวลากว่า2เดือน และบ้านได้รับการทำความสะอาด รวมทั้งทาสีใหม่แล้วก็ตาม กล่าวได้ว่า บ้านพักอาศัยของผู้สูบบุหรี่เปรียบได้กับแหล่งเก็บกักสารพิษจากควันบุหรี่ ที่พร้อมจะทำอันตรายผู้ที่เข้ามาอยู่ใหม่โดยไม่รู้ตัว
คณะผู้วิจัยจากSan Diego State Universityรายงานว่าสารลักษณะมัน เหนียว จากควันบุหรี่ สามารถคงค้างอยู่ได้เป็นหลายๆ เดือน แม้ว่าผู้สูบบุหรี่จะไม่ได้สูบ ณ ที่นั้นแล้ว การได้กลิ่นของควันบุหรี่ แสดงว่าคุณกำลังสูดเอาสารพิษต่างๆ จากควันบุหรี่เข้าไปในปอด โดยร้อยละ 90 ของนิโคตินจากควันบุหรี่ยังคงอยู่ในพื้นผิวห้องแม้ว่าไม่มีการสูบแล้ว โดยผู้ที่ไม่สูบบุหรี่จะได้รับสารนิโคตินจากมือที่สัมผัสกับเฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอนในห้องของโรงแรมที่เคยมีการสูบบุหรี่ โดยตรวจพบโคตินินในปัสสาวะของผู้ไม่สูบที่ได้มาพักค้างเพียงแค่ 1 คืนในห้องของโรงแรมที่เคยมีการสูบบุหรี่มาก่อน
นายแพทย์ Jonathan Winickoff รองศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด รายงานว่า เมื่อคุณสูบบุหรี่ไม่ว่า ณ ที่ใด ควันบุหรี่จะไปเกาะที่เสื้อผ้าเส้นผม จากนั้นเมื่อคุณไปสัมผัสกับลูกถึงแม้ว่าคุณไม่ได้สูบบุหรี่อยู่ก็ตาม ลูกก็จะได้รับสารพิษเหล่านั้น นั่นคือจากควันบุหรี่มือสามในลักษณะเดียวกันแม่ลูกอ่อนที่ได้สูบบุหรี่ก่อนหน้าการให้นมลูกหรือได้รับสัมผัสกับควันบุหรี่มือสามแล้ว เมื่อขณะมาให้นมลูกแม่ก็อาจให้สารพิษไปถึงตัวลูกได้
นอกจากนี้รายงานของสำนักงานแพทย์ใหญ่ (Office of The Surgeon General) แห่งสหรัฐอเมริกาเมื่อปี2014 ได้ระบุว่า การได้รับสัมผัสสารพิษจากควันบุหรี่ (จะเป็นมือหนึ่ง มือสอง หรือมือสาม) ที่ระดับใดก็ตามเข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่ได้สัมผัส ทั้งนี้ในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก จะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ง่ายและมากที่สุด แม้ว่าจะมีการแยกผู้สูบบุหรี่ออกจากผู้ไม่สูบ หรือการใช้เทคโนโลยีระบบควบคุมหรือระบายอากาศ ก็ไม่สามารถจะกำจัดควันบุหรี่มือสองและมือสามได้"


ที่มา: รศ.ดร.นิภาพรรณ กังสกุลนิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
แหล่งข้อมูล www.thaihealth.or.th