บทความเพื่อสุขภาพ

ตรวจสุขภาพประจำปี เทคนิคดี แต่ละวัย Jan 30, 2016

ตรวจสุขภาพประจำปี เทคนิคดี แต่ละวัย

เริ่มต้นปีใหม่ เชื่อว่าใครๆ ก็อยากประสบพบเจอแต่สิ่งดี มีความสุขกายสบายใจทุกวัน ซึ่งการตรวจสุขภาพประจำปีก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยการันตีได้ว่าคุณมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีทุนที่จะช่วยสร้างความสุขในการประกอบภารกิจในชีวิตประจำวัน ตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งปีและตลอดไป

การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เปรียบเสมือนขั้นตอนการตรวจเช็คความผิดปกติของร่างกายเราว่ายังดีอยู่หรือไม่ มีโรคแอบแฝงที่ต้องรีบทำการรักษาหรือป้องกันเพื่อไม่ให้ลุกลามหรือไม่ ซึ่งแต่ละช่วงอายุนั้นก็จะเน้นการตรวจพบความผิดปกติที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

วัยเด็ก (0-12 ปี) เมื่อแรกคลอด เด็กจะได้รับการตรวจสุขภาพจากกุมารแพทย์อยู่แล้วว่ามีส่วนใดของร่างกายที่ผิดปกติ โดยสิ่งที่ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่ ก็คือการตรวจสอบพัฒนาการตามวัยของเด็กและให้เด็กรับวัคซีนต่างๆ ตามที่แพทย์กำหนด เมื่อเด็กโตขึ้นผู้ปกครองยังคงต้องเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะวัยนี้ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง แต่ต้องเข้าสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือโรงเรียนอนุบาล จึงมักเสี่ยงต่อโรคที่ระบาดในชุมชน เช่น โรคไข้หวัด โรคผิวหนัง โรคมือเท้าปาก ฯลฯ
วัยรุ่น (12-20 ปี) วัยแห่งการเจริญเติบโต มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย คนในวัยนี้จึงไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องสุขภาพมากนัก เช่น ชอบนอนดึก ทานอาหารฟาสต์ฟู้ด จ้องจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน บางคน ดื่มสุรา สูบบุหรี่ เหล่านี้จึงมีความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บมากมายที่จะเกิดเมื่ออายุมากขึ้น อาทิ อาการผิดปกติทางสายตา การสะสมโคเลสเตอรอล ความดันโลหิต เบาหวาน โรคไต โรคปอด รวมถึงอาการผิดปกติที่อาจนำไปสู่โรคมะเร็ง ดังนั้นผู้ที่อยู่ในวัยนี้ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพโดยรวมที่ครอบคลุมถึงความเสี่ยงของโรค เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

วัยทำงาน (20-40 ปี) เป็นวัยที่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมากกว่าวัยอื่น ทำงานหนัก เวลาพักผ่อนไม่พอ ส่งผลให้ร่างกายเริ่มผลิต ฮอร์โมนต่างๆ ได้น้อยลง เกิดความเครียดได้ง่าย หากมีพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นระยะเวลานาน โรคภัยต่างๆ ก็อาจปรากฏให้เห็น เช่น ไมเกรน โรคไต โรคตับ ความดันโลหิต รวมถึงโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งปอด มะเร็งตับ และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และได้รับ คำแนะนำจากแพทย์เพื่อรับการตรวจที่เหมาะสมตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วย สำหรับผู้ที่กำลังจะแต่งงาน แนะนำให้ตรวจโรคติดต่อ และโรคที่อาจส่งผลไปถึงการมีบุตรในอนาคตอย่างซิฟิลิส  หัดเยอรมัน และธาลัสซีเมีย เป็นต้น

วัยกลางคน (40-60 ปี) วัยนี้ฮอร์โมนในร่างกายจะเริ่มเสื่อมลง ผลที่ตามมาคือ การเผาผลาญของร่างกายทำงานได้แย่ลง ประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลง ไขมันจึงสะสมได้ง่าย โดยโรคที่ต้องระวัง คือ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง สำคัญที่สุดคือโรคต่างๆ จะเริ่มปรากฏอย่างชัดเจนจากการที่สภาพร่างกายโดยรวมเริ่มเสื่อมลง เช่น มะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย มะเร็งลำไส้ และโรคที่มักจะตรวจพบในผู้หญิงวัยนี้อย่าง มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม เป็นต้น ดังนั้น ควรเน้นการตรวจการทำงานของร่างกายและอวัยวะอย่างละเอียดและต่อเนื่องแม้จะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว
วัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) เมื่อเข้าสู่วัยนี้ร่างกายจะเสื่อมลงอย่างชัดเจน แน่นอนว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นโรคประจำตัวก็จะรุนแรงขึ้น ส่วนผู้ที่ยังร่างกายแข็งแรงก็มีสิทธิ์เจ็บป่วยในวัยที่ร่างกายถดถอย การตรวจสุขภาพจึงมักจะเน้นไปที่โรคจากการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อาทิ หัวใจ ไต ช่องท้อง ตับ ลำไส้ มวลกระดูกที่อาจผุ กร่อน และบาง ด้วยเหตุนี้ การตรวจสุขภาพของผู้สูงอายุจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นโรคทางกรรมพันธุ์อย่างโลหิตจาง กระดูกบาง โรคมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งรังไข่ ควรเข้ารับการตรวจหา โรคดังกล่าวด้วย เพราะโรคที่กล่าวมาสามารถสืบทอดทางพันธุกรรมได้
อนึ่ง การตรวจสุขภาพประจำปีในแต่ละครั้งจะเป็นการเฝ้าระวังโรคที่มีค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ไม่น้อย แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หากสามารถรับรู้และรักษาโรคภัยต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีก่อนจะลุกลามร้ายแรงจนสายเกินเยียวยา ดังนั้น กันไว้ดีกว่าแก้ย่อมดีที่สุด เพราะร่างกายที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานความสุขของทุกคนในครอบครัว


ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน
แหล่งข้อมูล www.thaihealth.or.th