บทความเพื่อสุขภาพ

ไม่รับ ไม่ให้ ไม่ใช้ ภาชนะโฟม Dec 30, 2016

ไม่รับ ไม่ให้ ไม่ใช้ ภาชนะโฟม

ปัจจุบันพ่อค้าแม่ขายอาหารตามสั่ง อาหารสำเร็จรูป นิยมใช้กล่องโฟมเป็นภาชนะบรรจุอาหาร เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว ในขณะที่ฝ่ายลูกค้าให้อะไรมายังไงก็รับอย่างนั้น ขอให้ไว ผู้คนรักความสะดวกสบายจนลืมนึกถึงผลกระทบที่ตามมาจากการใช้สิ่งของเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย ทำให้ปริมาณกล่องโฟมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในสังคมเมือง กล่องโฟมกลายเป็นภาชนะที่ขาดไม่ได้ไปเสียอย่างนั้น

ขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจากน้ำมือมนุษย์มีทั้งกำจัดย่อยสลายได้ และย่อยสลายไม่ได้ ซ้ำยังก่อเกิดมลพิษ ซึ่งคนไทยผลิตขยะเฉลี่ย 1.15 กิโลกรัม/คน/วัน และ "โฟม" ก็เป็นขยะที่กำจัดได้ยาก มีความคงทนและสามารถทนต่อแรงอัดได้สูง ใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึง 450 ปี ในการเผาทำลายโฟมนั้นก็ต้องทำในอุณหภูมิให้อยู่ภายใต้การควบคุมที่ถูกต้อง

ในต่างประเทศ หลายประเทศหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ และมีกฎหมายห้ามใช้โฟมและพลาสติก เช่น แอฟริกาใต้ที่ออกกฎหมายห้ามผลิต จำหน่าย และใช้ถุงพลาสติกชนิดบาง ตั้งแต่ปี 2002 ไต้หวันประกาศงดใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร ในปี 2005 และปี 2510 ประเทศฝรั่งเศสก็ได้ประกาศเป็นประเทศที่ปราศจากกล่องโฟมและถุงพลาสติก นครซานฟรานซิสโก ของสหรัฐอเมริกา ประกาศห้ามใช้กล่องโฟม เป็นต้น

ปัจจุบันประเทศไทยเองก็รณรงค์การละเลิกใช้ภาชนะโฟม แล้วให้หันมาใช้ภาชนะที่ผลิตจากชานอ้อย เยื่อไผ่ มันสำปะหลัง ซึ่งสลายตัวได้ทางชีวภาพ ในฐานะผู้ขาย แม่ค้าพ่อค้าในตลาดยิ่งเจริญก็ได้ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เข้าโครงการ ลด ละ เลิก ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์ให้ผู้ค้าในตลาดยิ่งเจริญใช้ผลิตภัณฑ์อื่นทดแทน เช่น ภาชีวะ วัสดุธรรมชาติ หรือพลาสติกเกรดดีที่บรรจุอาหารได้ เป็นต้น ส่วนเราในบทบาทของผู้ซื้อก็สามารถที่จะปฏิเสธไม่รับภาชนะโฟม ถ้าเขาไม่มีก็ควรเลือกซื้อตามร้านค้าที่มีป้ายลดละเลิกใช้ภาชนะโฟม เป็นการช่วยกันหลายทาง


ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
แหล่งข้อมูล www.thaihealth.or.th